อาการปวดหลังเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ โดยอาจเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบหรือการใช้งานร่างกายผิดท่า แต่หากมีอาการปวดหลังเรื้อรังนานหลายสัปดาห์ หรือมีอาการปวดหลังร้าวลงขาร่วมกับอาการชาและกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติบริเวณกระดูกสันหลังที่ควรได้รับการตรวจประเมินอย่างเหมาะสม
การตรวจ MRI กระดูกสันหลังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการวินิจฉัยโรคกระดูก และตรวจดูรายละเอียดของหมอนรองกระดูก เส้นประสาท ไขสันหลัง รวมถึงเนื้อเยื่อโดยรอบได้ชัดเจน ช่วยให้แพทย์ค้นหาสาเหตุของอาการและนำข้อมูลไปวางแผนการรักษาให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย
Key Takeaways
สารบัญบทความ
การตรวจเอ็มอาร์ไอแบบยืน (Standing Magnetic Resonance Imaging: Standing MRI) คือ การตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่ายืน นั่ง หรือท่าที่ร่างกายรับน้ำหนักตามธรรมชาติ แทนการนอนราบเหมือน MRI แบบทั่วไป ทำให้แพทย์เห็นภาพโครงสร้างกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก และเส้นประสาท ในขณะที่ร่างกายอยู่ในสภาวะที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากที่สุด
โครงสร้างกระดูกสันหลังของมนุษย์ทำหน้าที่พยุงร่างกายและปกป้องไขสันหลัง โดยหากถามว่ากระดูกสันหลังแบ่งเป็นกี่ส่วน ในทางการแพทย์จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ที่มักเกิดปัญหาและจำเป็นต้องได้รับการตรวจ ดังนี้
เป็นการตรวจบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดคอร้าวลงแขนหรือชาปลายมือ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับโรคกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) หรือโรครากประสาทคอ (Cervical Radiculopathy) ที่เกิดจากการกดทับของหมอนรองกระดูกบริเวณลำคอ
การตรวจกระดูกสันหลังส่วนอก หรือ MRI T-Spine ช่วยประเมินความผิดปกติบริเวณอกและหลังส่วนบน แม้เป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวน้อย แต่หากเกิดความผิดปกติ เช่น เนื้องอกหรือการติดเชื้อ ก็สามารถตรวจพบได้ด้วยวิธีนี้
กระดูกสันหลังส่วนเอวเป็นบริเวณที่ต้องรับน้ำหนักตัวมากที่สุด การตรวจ MRI กระดูกสันหลังส่วนเอวจึงพบได้บ่อยในการตรวจหาความผิดปกติ ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลังส่วนล่างร้าวลงสะโพกหรือขา ซึ่งอาจเกิดจากความเสื่อมตามวัยหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต
หากมีอาการผิดปกติที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุและประเมินแนวทางการดูแลอย่างเหมาะสม โดยอาการที่ควรต้องตรวจ MRI กระดูกสันหลัง มีดังนี้

การตรวจกระดูกสันหลังด้วยเครื่อง MRI แบบยืน มีข้อดีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยและวางแผนการรักษา ดังนี้
การตรวจ MRI แบบยืนเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือสงสัยภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เนื่องจากแรงกดจากน้ำหนักตัวในท่ายืนอาจช่วยให้เห็นการปลิ้นของหมอนรองกระดูกได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงผู้ป่วยที่มีอาการกระดูกสันหลังเคลื่อน นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) โครงสร้างกระดูกสันหลังทรุดตัว หรือมีอาการปวดเฉพาะขณะเคลื่อนไหวในบางท่าทาง

จุดเด่นที่ทำให้การตรวจ MRI แบบยืนแตกต่างจากแบบนอน คือ ความสามารถในการจำลองแรงกดทับของร่างกายในแนวดิ่ง (Weight-Bearing) ซึ่งใกล้เคียงกับสภาวะที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน โดยมีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด ดังนี้
📚 ไอ-จามแรง: ความเสี่ยงต่อการเกิดหมอนรองกระดูกแตก
📚 ฉีดซีเมนต์ (Cement) รักษากระดูกสันหลังหัก แตก ยุบ
📚 การผ่าตัดกระดูกสันหลัง เรื่องใกล้ตัว ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
การเตรียมตัวตรวจ MRI กระดูกสันหลังอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ขั้นตอนการตรวจเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
สำหรับขั้นตอนการเข้ารับการตรวจ MRI กระดูกสันหลังในท่ายืนนั้นไม่มีความยุ่งยาก โดยมีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้
หลังการตรวจเสร็จสิ้น ผู้เข้ารับการตรวจสามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านกิจกรรม รวมถึงสามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ ส่วนผลการตรวจ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านรังสีวิทยาจะวิเคราะห์ภาพและส่งผลให้แพทย์เจ้าของไข้ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนรักษาต่อไป
ปัจจุบันเครื่องตรวจ MRI ที่ใช้งานทั่วไปส่วนใหญ่เป็นแบบอุโมงค์นอน ขณะที่เครื่อง MRI แบบยืนมีให้บริการในประเทศไทยเพียงไม่กี่แห่ง โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (S Spine and Joint Hospital) เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางที่ให้บริการตรวจ MRI แบบยืน เพื่อช่วยประเมินความผิดปกติของกระดูกสันหลังในท่าที่สอดคล้องกับอาการปวดขณะใช้ชีวิตประจำวัน และนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
หากคุณมีอาการปวดหลังเรื้อรังและต้องการตรวจประเมินโครงสร้างกระดูกสันหลัง สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับ ราคาMRI กระดูกสันหลัง หรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อโรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ :
โดยทั่วไป การตรวจ MRI เพื่อประเมินหมอนรองกระดูกหรือเส้นประสาทส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องฉีดสีหรือสารทึบแสง ยกเว้นกรณีที่แพทย์สงสัยภาวะติดเชื้อ เนื้องอก หรือต้องการติดตามผลหลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง เพื่อแยกพังผืดออกจากรอยโรคเดิม
การตรวจ MRI กระดูกสันหลังแต่ละส่วนใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ตรวจและรายละเอียดของรอยโรคที่แพทย์ต้องการประเมิน
ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าควรตรวจ MRI กระดูกสันหลังกี่ครั้ง โดยแพทย์อาจพิจารณาตรวจซ้ำเมื่อผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เช่น อาการปวดรุนแรงขึ้นอย่างเฉียบพลัน หรือเพื่อติดตามผลหลังได้รับการรักษาไประยะหนึ่ง